ความรู้เกี่ยวกับสายตา

องค์ประกอบของดวงตา

Eye-Khowl

กระจกตา (Cornea) และเลนส์แก้วตา (Lens) ทำหน้าที่รวมแสงที่ผ่านเข้ามาในลูกตา ให้ไปตกกระทบบนจอรับภาพ (Retina) เพื่อให้เกิดการมองเห็น

ภาวะสายตาปกติ (Emmetropia) กรณีที่แสงเดินทางผ่านกระจากตาและเลนส์แก้วตาตกกระทบลงพอดีที่จุดรับภาพบนจอประสาทตา

  • ตำแหน่งชัดที่สุดของการมองเห็น (Focal point) อยู่พอดีบนจอรับภาพ
  • สามารถมองเห็นวัตถุได้ชัดเจน ทั้งในระยะใกล้และไกล

ภาวะสายตาผิดปกติ (Refraction error or Ametropia) เกิดจากสาเหตุที่แสงไม่สามารถเดินทางไปรวมกันให้เกิดจุดชัดที่สุดพอดีบนจอรับภาพได้เป็นเหตุให้เกิดความผิดปกติในการมองเห็น

ภาวะสายตาผิดปกติ (Ametropia) แบ่งออกได้เป็น 4 ประเภท ได้แก่ :

ภาวะสายตาสั้น Myopia

เมื่อองค์ประกอบหลักของตา ซึ่งส่งผลต่อกำลังของการรวมภาพให้ตกลงพอดีบนจอรับภาพ (Retina) มีความโค้งมากเกินไป เป็นเหตุให้จุดชัดที่สุดของการมองเห็น เกิดขึ้นก่อนถึงตำแหน่งของจอรับภาพ เหตุผลหลักที่ก่อให้เกิดภาวะผิดปกติดังกล่าว เกิดจากความโค้งของกระจกตาที่มากกว่าปกติ หรือขนาดของลูกตาที่ยาวผิดปกติ ผู้ที่มีภาวะสายตาสั้น จะสามารถมองเห็นได้ชัดเจนในระยะใกล้กว่าปกติ และมองเห็นในระยะไกลได้น้อยกว่าปกติ

  • ตำแหน่งชัดที่สุดของการมองเห็น (Focal point) อยู่ก่อนถึงจอรับภาพ
  • การมองเห็นวัตถุระยะไกลไม่คมชัด มองเห็นชัดในระยะใกล้กว่าปกติ (ขึ้นอยู่กับกำลังความโค้งของกระจกตาและเลนส์ที่ทำให้เกิดภาวะสั้นมาก/น้อย)

ภาวะสายตายาว Hyperopia:

เป็นกรณีตรงกันข้ามกับภาวะสายตาสั้น ปัจจัยที่ส่งผลต่อการรวมภาพให้ตกพอดีบนจอตา มีกำลังน้อยเกินไปทำให้จุดชัดที่สุดของภาพเลยไปตกด้านหลังจอตา เหตุผลหลักเกิดจากกระจกตามีความโค้งน้อย หรือขนาดของลูกตามีขนาดเล็กกว่าปกติ

ผู้ที่มีภาวะสายตายาวจะมองเห็นได้ดีในระยะไกลแต่มองใกล้ไม่ชัดเจน

  • ตำแหน่งชัดที่สุดของการมองเห็น (Focal point) อยู่ด้านหลังจอรับภาพ
  • การมองเห็นวัตถุระยะไกลชัดเจน มองในระยะใกล้ไม่คมชัด (ขึ้นอยู่กับกำลังความโค้งของกระจกตาและเลนส์ที่ทำให้เกิดสายตายาวมาก/น้อย)

ภาวะสายตาเอียง Astigmatism

มีโอกาสเกิดขึ้นได้เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของลูกตาจะคล้ายลูกรักบี้ มีลักษณะเป็นรูปวงรี ทำให้กำลังในการรวมแสงในแนวแกนตั้ง และแกนนอนเกิดขึ้นคนละตำแหน่งไม่ซ้อนทับกันพอดี ทำให้เกิดจุดรวมแสงที่ทำให้เกิดภาพชัด 2 ตำแหน่ง บนจอรับภาพ เป็นเหตุให้การมองเห็นภาพไม่คมชัดเท่าที่ควร ผู้ที่มีภาวะสายตาเอียงจะพบกว่าคุณภาพในการมองเห็นจะไม่คมชัด

Image: Courtesy of National Eye Institute (NEI of the US National Institutes of Health)

  • ตำแหน่งชัดที่สุดของการมองเห็น (Focal point) มีมากกว่า 1 ตำแหน่ง
  • มีโอกาสเกิดขึ้นได้พร้อมกัน กับภาวะสายตาสั้นและยาวผิดปกติ (ไม่ว่าระยะใกล้หรือไกลประสิทธิภาพในการมองเห็นมีความคมชัดน้อยกว่าปกติเสมอ)

ภาวะสายตายาวสูงอายุ Presbyopia:

ในภาวะปกติเลนส์ตาทั่วไปของคนเรา ทำหน้าที่เช่นเดียวกันกับเลนส์ของกล้องถ่ายรูป ที่สามารถเพิ่มหรือลดกำลังขยายของเลนส์ได้โดยการทำงานร่วมกับเอ็น และกล้ามเนื้อรอบดวงตาหรือที่เราเรียกว่า accommodation ฟังก์ชั่นการทำงานดังกล่าว ช่วยให้เลนส์สามารถปรับกำลังการมองเห็น เพื่อให้ได้ภาพชัดเจนที่สุดบนจอรับภาพโดยตลอด เมื่อการทำงานในฟังก์ชั่นดังกล่าวมีประสิทธิภาพลดลงตามปัจจัยของอายุคนเราที่เพิ่มขึ้น ไม่สามารถปรับกำลังการมองเห็นได้ดี เช่นขณะที่มีอายุน้อย เป็นเหตุประสิทธิภาพในการมองเห็นชัดอยู่ตลอดเวลาด้วยการ accommodate ของเลนส์ตาเปลี่ยนไป ทำให้เกิดภาวะสายตายาวสูงอายุผู้ที่มีภาวะสายตายาวสูงอายุพบได้ในวัยที่มีอายุ 40+ ปีขึ้นไป ภาวะการมองใกล้ได้ชัดเจนลดลง อาจต้องพึ่งพา
แว่นสายตาในการอ่านหนังสือ

Image: Courtesy of http://www.ivo.gr/en/patient/information-eye/presviopia.html

วิธีการแก้ปัญหาสายตาผิดปกติ

วิธีการในการแก้ปัญหาสายตาผิดปกติขั้นพื้นฐานสามารถทำได้โดยการใช้ แว่นสายตา, คอนแทกเลนส์ , การแก้ปัญหาสายตาโดยวิธีเลเซอร์ (Refractive Surgery / Laser Vision Correction (LVC) การผ่าตัดใส่เลนส์เสริม ICL

Laser Vision Correction (LVC): เป็นการแก้ปัญหาสายตาผิดปกติวิธีหนึ่งที่เพิ่มขีดขวามสามารถของการรักษาโดยวิธีใช้เลเซอร์ในการปรับคุณภาพการมองเห็น ลดการพึ่งพาแว่นตาและคอนแทกซ์เลนส์ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันหรือก่อให้เกิดผลเสียในระยะยาว LVC จะใช้วิธีการใช้เลเซอร์ความแม่นยำสูงในการปรับความโค้งของกระจกตาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นให้ชัดเจนสูงสุด

วิวัฒนาการของ LVC technique มีพัฒนาการเริ่มต้นมาจากการปรับแต่งความโค้งของเนื้อกระจกตาในชั้นต่างๆดังแสดงให้เห็นในรูปด้านล่าง

Image: Courtesy of http://www.allaboutvision.com/conditions/fuchs-corneal-dystrophy.htm

วิวิวัฒนาการการรักษาสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์: